วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

XCH คือ cryptocurrency หรือสินค้า soft community

 บทความนี้เป็นภาคต่อของ “decentralized database … private database และ public database” ถ้าใครยังไม่ได้อ่านผมแนะนำให้ลองเข้าไปอ่านก่อนครับ


*** สินค้า community คือ สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีลักษณะเหมือนกันหรือต่างกันเพียงเล็กน้อยไม่ว่าสินค้า จะมีแหล่งที่มาจากที่ไหนก็ตาม ตัวอย่างสินค้า Commodity คือ ทองคำ ข้าว น้ำตาล ข้าวโพด อ้อย น้ำ โลหะเงิน ทองแดง ยางพารา ถ่านหิน และน้ำมันดิบ คือไม่ว่าจะผลิตที่ไหนราคาก็จะอยู่ใกล้ๆ กัน ไม่ต่างกันมาก … ส่วน soft community คือ สินค้าโภคภัณฑ์ที่ผลิตโดยมนุษย์เช่น ยางพารา น้ำตาล

จากบทความที่แล้วผมยกตัวอย่างการเชื่อมต่อกันระหว่าง private database หรือ private blockchain เข้ากับ public blockchain ของ chia … การที่ private blockchain ส่ง puzzle ไปหา solution ที่ chia blockchain สามารถส่งไปขอใช้บริการแบบฟรีๆ ได้ โดยใส่ fee เท่ากับ 0 …. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของ mempool ใน chia blockchain ว่า busy หรือยุ่งขนาดไหน …. ถ้าหากว่ายุ่งมากคือมีจำนวน transaction ใน mempool ปริมาณมาก ตัว mempool จะให้ความสำคัญกับ transaction ที่มีค่า fee สูงที่สุดก่อน ดังนั้นการที่ใส่ fee เป็น 0 จึงมีโอกาสที่จะใช้เวลานานมากๆ กว่า transaction complete

*** เราสามารถเขียน chialisp วิเคราะห์ mempool status ก่อนส่ง puzzle ออกไป … โดย auto calculate ค่า fee ตามขนาดความยุ่งของ mempool

สำหรับค่า fee จะถูกจ่ายให้กับ farmer ที่เป็นเจ้าของ plot file ที่มี solution หรือคำตอบของ transaction นั้นๆ … และนี้คือจุดเริ่มต้นของการบริโภค XCH

แล้วมันจะต่างกันยังไงกับ blockchain เจ้าอื่นๆ เพราะพวกนี้ก็มีค่า fee หรือค่า gas ของแต่ล่ะ trasaction ด้วยเหมือนกัน…. ดังนั้นต่อให้เราจ่ายค่า fee ไปจำนวนมากเท่าไร ปริมาณจำนวน cryptocurrency ของ blockchain ก็ไม่ได้ลดลงออกจากตลาด แต่กลับถูกผลิตเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะทุกๆ blockchain จะมีการผลิต cryptocurrecy ของตัวเองออกมาเพิ่มขึ้นทุกๆ วินาที … จน blockchain บางเจ้าแก้ปัญหาด้วยการ burn เหรียญตัวเองทิ้งไปสะเลยเพื่อแก้ปัญหาเหรียญล้นโลกแล้วจะทำให้ราคาของเหรียญตกต่ำ

แต่นี้มันคือวิธีที่ดีจริงๆ เหรอ … อุตส่าห์ mining เหรียญขึ้นมาอย่างลำบากสุดท้ายเอาเหรียญไปเผาทิ้งดื้อๆ

ที่นี้เราลองมาดู concept ของ chia กันครับ

กลับมาที่ตัวอย่างห้องสมุดของมหาลัยที่ใช้ private database … ตัว database จะไม่ได้เก็บแค่ข้อมูลที่เป็น ตัวหนังสือ เท่านั้น … ตัวลักษณะข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือเช่น ชื่อหนังสือ จำนวนหนังสือที่ซื้อเข้า จำนวนหนังสือที่ถูกยืม ข้อมูลของนักเรียนที่ยืม วันที่หนังสือถูกยืม เป็นต้น ….

แต่จริงๆ แล้วยังมีข้อมูลอื่นๆ อีกที่ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ เช่น รูปหน้าปก ที่เป็น file image หรือตัวอย่างหนังสือบทที่ 1 ที่อยู่ในรูปแบบของ pdf … เนื่องจากมันเป็น decentralized database แปลว่าข้อมูลประเภทนี้จะต้องถูก sync กันอัตโนมัติด้วยเหมือนกันกับข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ

การแปลงข้อมูลที่เป็นรูปภาพหรือ pdf เพื่อที่จะเอาเข้า blockchain เราจะเรียกว่าการ mint … ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของ NFT …. NFT ของ chia blockchain จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในลักษณะแบบนี้ครับ … รวมถึง project CW ที่ประเทศใดๆ ต้องการขอ carbon credit จำเป็นต้อง mint ข้อมูลที่เป็นรูปภาพ หรือ pdf ของกิจกรรมที่ลดโลกร้อนและเอาเข้า blockchain เพื่อที่จะให้องค์กรต่างๆ สามารถตรวจสอบกิจกรรมเหล่านั้นย้อนหลังได้ เป็นการป้องการการใส่ข้อมูลปลอมเพื่อขอ carbon credit

ซึ่งแตกต่างจาก blcokchain เจ้าอื่นๆ ที่มอง NFT เป็นแค่การสะสมของ digital เช่นรูปภาพ การ์ดเกม ตัว NFT จึงมีจุดประสงค์เพื่อ entertrain มากกว่า …. แต่ chia เอา NFT มาใช้ในชีวิตจริงเพื่อให้เกิดประโยชน์จริงๆ … ณ ตอนนี้ standard NFT ของ chia ออกมาแค่ version 0 (NFT0) ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับ ERC-721 … แต่พระเอกตัวจริงๆ ที่เราต้องจับตาดูคือ NFT1 ต่างหาก … (จับจนตาบวม ยังไม่ออกสักที 555)

ที่นี้กิจกรรมการ mint จะไม่สามารถทำได้ฟรีๆ จำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายเป็น XCH โดยใช้จำนวนไม่เยอะ จะอยู่ในหลักหน่วย mojo (หนึ่งล้านล้าน mojo = 1XCH) … ตอนที่เรา mint จำนวนเงิน XCH จะไม่ได้ถูก transfer ไปหาใครแต่จะถูก melt (หลอมละลาย) ไปกับ blockchain …. ยิ่งเรามีกิจกรรมที่ต้อง mint ข้อมูลพวกนี้มากยิ่งขึ้น จำนวน XCH ที่จะถูกสูบออกจากระบบก็จะมีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย … ดังนั้นเหรียญ XCH จะไม่มีวันล้นโลก “ถ้า” กิจกรรมการบริโภค XCH เทียบเท่ากับการผลิต XCH ต่อวัน … และ XCH จะหายากขึ้นไปอีกถ้ากิจกรรมการบริโภค XCH สูงกว่า blockchain ที่สามารถผลิตได้ต่อวัน รวมถึงถ้าเหล่า farmer เก็บอย่างเดียวแล้วไม่ปล่อยขายออกตลาดก็เป็นปัจจัยที่ XCH จะขาดแคลนในอนาคตได้เช่นกัน

จริงๆ แล้วการ mint ไม่ใช่มีแค่กิจกรรมของ NFT เท่านั้น … กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ CAT ก็ต้องการ XCH มา mint ด้วยเหมือนกัน … ดังนั้นแนวโน้มที่จำนวน XCH จะถูก melt ลงไปใน blockchain จะมีจำนวนมากขึ้นไปเรื่อยๆ … แต่จะมากขนาดไหน คงต้องรอดูเสียงตอบรับจากชาวโลกหลังจาก CW สิ้นสุด final test ประมาณเดือนสิงหา … พวกเราเหล่า farmer ก็ได้แต่หวังว่าจะมี use case ที่ต้องการบริโภค XCH มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้น

และนี้คือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ผมมองว่า XCH ไม่ใช่ cryptocurrency แต่มันคือสินค้า community ที่ถูกผลิตและนำเอาไปใช้วนเวียนไปเรื่อยๆ เปรียบเหมือนดังเช่นทองคำ หรือน้ำมัน ที่มีราคาขึ้นอยู่กับ demand supply ณ เวลานั้นๆ …

ผมเคยถามตัวเองมาตลอดว่าทำไม BTC ราคาถึงขึ้น? และทำไมราคามันลง? ทั้งๆ ที่ BTC ก็ถูกผลิตออกมาทุกๆ วัน … โดยประมาณ 900 BTC ต่อวัน … เหมือนคนปลูกกล้วยที่ปล่อยกล้วยออกมาทุกๆ วัน … ถ้าเราไม่เคยเอากล้วยไปกินไปใช้แต่ราคากล้วยอยู่ดีดีก็สูง อยู่ดีดีก็ต่ำ จำนวนปริมาณกล้วยผลใหม่ก็ถูกป้อนออกสู่ตลาดทุกๆ วัน … คำตอบที่ได้จากใจของผมก็คือ … ราคาขึ้นและลงเพราะความโลภกับความกลัวในจิตใจมนุษย์ ล้วนๆ .. ไม่เกี่ยวกับ demand supply ในตลาดเลย

ครับและนี้คือมุมมองของผมที่มีต่อ chia และ cryptocurrency ตัวอื่นๆ ผมไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันถูกต้องหรือไม่ .. หรือจริงๆ แล้วผมอาจจะคิดผิดมาตลอดก็ได้ … การกระทำเป็นของคน ความสำเร็จเป็นขอฟ้า … ก็ได้แต่รอดูว่าฟ้าจะเข้าข้าง chia หรือเปล่า
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม … happy farming ครับ