บทความนี้ post ลง facebook เมื่อวันที่ 7 Nov 2021 => link
เป็นข่าวใหญ่เรียบร้อยสำหรับ project Atari ที่ chia ไป support program Climate Warehous เรามาเตรียมความพร้อมเพื่อรอรับการเปิดตัวของ Atari กันก่อนดีกว่าจะได้ไม่ งง ที่หลัง
*** บทความนี้เขียนตามความเข้าใจของผม จุดผิดพลาดใดๆ รบกวนชี้แนะใต้ comment ด้วยครับ
ณ ตอนนี้โลกเต็มไปด้วยปัญหา global warming ที่แต่ล่ะประทศต่างปล่อยก๊าสเรือนกระจกออกสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจึงมีการทำสัญญาที่ชื่อว่า “พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)” ต่อท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ในพิธีสารนี้ได้ระบุสิ่งดึงดูดให้แต่ล่ะประเทศลดการปล่อยก๊าสที่เรียกว่า “คาร์บอนเครดิต (carbon credit)” … ตัวอย่างเช่นประเทศ ABC มีการปล่อยก๊าสเรือนกระจกออกมา 100 ตันต่อปี ถ้าอยู่ดีดีไปบอกให้ประเทศ ABC ลงทุนนู้นนี้นั้นเพื่อลดก๊าส … ประเทศ ABC ก็คงจะไม่ทำเพราะเสียเงินโดยใช่เหตุ … พิธีสารเกียวโตจึงบอกประเทศ ABC ว่า เอาอย่างนี้ถ้าสามารถลดก๊าสได้จะให้รางวัลที่เรียกว่า carbon credit เช่น ลดได้ 2 ตันต่อปี ก็จะได้ carbon credit 2 ตันเป็นต้น
เมื่อประเทศ ABC มี carbon credit 2 ตันแล้วก็จะสามารถนำเอาไปใช้จ่ายที่ carbon market ซึ่งเป็นตลาดที่เอาไว้ใช้ trade โดยฝั่งผู้ขายก็จะเอาของมาขายจริงๆ แต่ก็เหมือนเอามาให้ฟรีสำหรับประเทศที่สามารถลดก๊าสเรือนกระจกได้
ถึงตอนนี้ไม่ งง น่ะครับ
สำหรับ project Climate Warehouse ถ้าอ้างอิงใน website ของ world bank ที่ https://www.worldbank.org/en/news/video/2019/12/02/the-world-bank-group-climate-warehouse มันคือการบันทึกวิธีการและกระบวนการการลดก๊าส carbon ของประเทศแต่ล่ะประเทศรวมถึงองค์กรและสถาบันเพื่อนำข้อมูลมาแลกเป็น carbon credit
chia จึงมีหน้าที่ในการทำ blockchain เพื่อเก็บข้อมูลเหล่านี้ … โดยที่ข้อมูลต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสำคัญมากเมื่อ update ไปแล้วจะเข้ามาแก้ไขไม่ได้ ทุกครั้งที่ update เหล่า farmer จะช่วยกัน validate block …. และข้อมูลต้องเป็น public … ทำให้ผมนึกถึงคำว่า federate database ที่ Gene เคยพูดถึงในงาน AMA
แต่ใน keybase มีการพูดถึง chia จะเข้าไปมีส่วนในระบบเทรด carbon market ด้ว
ผมจึงไม่แน่ใจว่าขอบเขตจริงๆ ของ chia กับ Climate warehouse จะมีมากขนาดไหน ….แต่ที่แน่ใจแน่ๆ ในการประชุม COP26 (ที่นายกประยุทธ์ไปพูดเพิ่งกลับมา) chia เป็น partner การจัดเก็บข้อมูลด้วย blockchain ให้องค์กรเรียบร้อยแล้ว อ้างอิงจาก https://www.ieta.org/resources/COP26/COP26%20IETA%20BusinessHub%20Program%20Guide.pdf หน้า 39
ที่นี้ถ้าในอนาคต COP26 ต้องการเก็บข้อมูลเหมือน Climate Warehouse ก็สามารถเรียกใช้บริการ Chia Network ได้เลย … เดียว farmer จะ validate ข้อมูลให้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม … happy farming ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น