บทความนี้ post ลง facebook เมื่อวันที่ 28 Dec 2021 => link
โดยส่วนตัวผมจะไม่ค่อยชอบวิธีการ burn เหรียญ … วันนี้เลยจะมาเสนอมมุมมองของผมเกี่ยวกับการ burn เหรียญครับ … เป็น คหสต น่ะครับ .. ถ้าเห็นแย้งสามารถ comment ได้เลยครับ
เรื่องของการ burn เหรีญหรือเผาเหรียญคงต้องยกตัวอย่างไปที่ ETH และต้องเริ่มตั้งแต่ต้น …
ETH รุ่นแรกก็เหมือน BTC ที่เวลามี TX หรือ transaction ใหม่เกิดขึ้นจะมี miner หรือนักขุดมายืนยันความถูกต้องของ TX นั้นๆ ด้วย PoW …. สำหรับ miner คนไหนที่สามารถ proof ได้ก็จะได้รางวัลไปเป็นเหรียญ ETH … ด้วยระบบของ blockchain ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็จะ update TX ลง blockchain ได้ทีล่ะ 1 TX ต่อครั้งเพราะ block ต้องถูกต่อกันเป็น chian ไปเรื่อยๆ … TX ที่รอ update blockchain จะถูกยัดลงในคิวที่ชื่อว่า mempool … ยิ่ง mempool โตมากนั้นหมายถึงจำนวน TX ที่รอดำเนินการมีมากตามไปด้วย … ดังนั้น TX ของเราอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะดำเนินการสำเร็จขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของ mempool ในช่วงเวลานั้นๆ
เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ETH เป็นที่นิยมจนทำให้เกิด transaction มากขึ้นตามไปด้วย … mempool ก็มีขนาดใหญ่ตลอดเวลา … การโอนเงินบางครั้งจึงใช้เวลานาน … ETH จึงมีระบบที่เรียกว่า fee เพื่อให้ TX ที่สำคัญๆ สามารถ execute ได้ก่อนหรือลัดคิวนั้นแหละ … ค่า fee หรือค่าธรรมเนียมนี้จะเรียกว่า gas fee คือค่าไฟสำหรับนักขุดที่ proof TX ให้ ดังนั้นนักขุดก็จะได้รางวัลจากการ proof พร้อมทั้งได้รางวัลจากค่า fee … ได้ 2 ต่อนั้นแหละเบิ้ลๆ
เอาล่ะที่นี้เกิดอะไรขึ้น …เนื่องจากเป็นที่นิยมจำนวน TX จึงเยอะตลอดเวลา … เสี่ยๆ ทั้งหลายที่ไม่อยากรอ ก็จ่าย gas fee เยอะๆ เพื่อให้ TX ของตัวเอง complete ให้เร็วที่สุด … miner ก็ได้รายได้ 2 ทางง่ายๆ รวยเลยทีนี้ …
พอ miner มีรายได้เป็น ETH เยอะขึ้น ก็ต้องการ “ขาย” เพื่อเอาทุนคืนจากการลงทุนซื้อ hardware ที่ใช้ในการขุด …. ที่นี้จำนวนคน “ขาย” ก็จะมากกว่าคน “ซื้อ” … สมมุตินาย กอ กำเงิน 4,000USDT เพื่อต้องการซื้อ ETH จำนวนหนึ่ง เมื่อมีคนขายมากกว่าคนซื้อ ด้วยเงิน 4,000USDT อาจจะซื้อได้ 1ETH หรืออาจจะซื้อได้ 1.155ETH ก็ได้ … ขึ้นอยู่ว่าช่วงนั้นมีคนขายมากกว่าคนซื้อเท่าไร ….
สถาวะแบบนี้เราเรียกว่าเงินเฟ้อของ ETH … เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองดูอีกตัวอย่าง
ให้มองว่า USDT เป็นสินค้าชนิดหนึ่ง (อย่าเพิ่งมองว่า USDT เป็นเงิน)
ถ้าวันที่ 1 Jan เราใช้เงิน 1ETH สามารถซื้อ USDT ได้ 4,000 เหรียญ
และวันที่ 15 Jan เป็นช่วงที่ค่า gas สูงทำให้ miner ได้รางวัลมากกว่าปกติ
เมื่อเหล่า miner เอา 1ETH ไปซื้อ USDT กลับได้แค่ 3,500 เหรียญ เท่านั้น
ถ้าอยากได้ USDT 4,000 เหรียญต้องจ่ายเป็นเงิน 1.14ETH … จ่ายเพิ่ม 0.14ETH
และนี้แหละครับเงินเฟ้อ ... เราใช้จำนวนเงินมากขึ้นเพื่อซื้อของปริมาณเท่าเดิม
ที่ให้มอง USDT เป็นสินค้าเพราะถ้ามองว่า USDT เป็นสกุลเงิน ... statement ที่ว่าการใช้เงิน 1.14ETH ซื้อ 4,000USDT เพราะ ETH เกิดเงินเฟ้อ “อาจจะ” ไม่ถูกต้อง … เพราะอาจจะเป็นที่ USDT เกิดแข็งค่าด้วยปัจจัยอื่นเช่นการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งต้องวิเคราะห์กันต่อ … เพื่อไม่ให้เรื่องยาวและเราต้องการ focus แค่เงินเฟ้อกับเงินฝืด ก็ให้มอง USDT เป็นสินค้าไปก่อนเพื่อตัดปัจจัยอย่างอื่นทิ้ง
ไม่ งง เนาะ
ทางชาว ETH ก็เลยมองว่าด้วยสูตรการให้รางวัลแบบนี้ต่อไปเงินจะเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ คือจะต้องใช้จำนวน ETH มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการซื้อ 4000USDT ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการคิดค่าธรรมเนียมใหม่ ภายใต้เอกสาร EIP1559 โดยจะคิดค่าธรรมเนียมแบ่งออกเป็น
1 Base fee … จะถูกตั้งตาม ETH โดยเงินจำนวนนี้จะเอาไปเผาทิ้ง
2 Priority fee หรือ TIP … จะเป็นเงินให้พิเศษสำหรับคนสร้าง TX เพื่อให้เป็นรางวัลกับนักขุด
ที่นี้จำนวน ETH ที่มีอยู่ในตลาดจากเดิมที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเริ่มลดน้อยลงเพราะ เงินส่วนหนึ่งถูกดุดออกจากระบบเพื่อเอาไปเผาทิ้ง รายได้พิเศษของ miner ก็ลดลงเช่นกัน … เงินก็เริ่มจากเฟ้อมาเป็นเงินฝืด คือใช้จำนวน ETH น้อยลงเมื่อต้องการซือ 4,000USDT
เหตุผลที่ผมไม่ชอบวิธีการ burn เหรียญ แบบนี้คือ
1 ถ้ามองในแง่ การตลาด จริงๆ แล้วมันคือการ ดูดสินค้า ออกมาจากตลาดเพื่อให้สินค้าของตัวเองมีอยู่ในตลาดน้อยลงทำให้สินค้าของตัวเองราคาไม่ตก …
2 ที่เจ็บปวดคือ ดูด มาเพื่อเผาทิ้ง … อย่าลืมน่ะครับว่าทุกๆ การขุดเราใช้ทรัพยกรธรรมชาติมากขนาดไหนแต่กลายเป็นว่าพลังงานทั้งหมดถูกใช้ไปเพื่อเอาผลของการขุดมาเผาทิ้ง .. และให้ miner ใชัทรัพยกรธรรมชาติมาขุดใหม่อีกครั้ง … แม้ว่า ETH จะบอกว่าเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเพราะอนาคต ETH2.0 จะใช้ PoS ก็ตาม
มองดูเขาแล้วย้อนดู chia
จาก whitepaper ของ Chia … จะมีการลด block ลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 3 ปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ … ดังนั้นหลังจาก 3 ปีเงิน XCH จะลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยปล่อยสู่ตลาดเพื่อป่องกันปัญหา XCH ล้นโลก .. แต่นโยบายนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์ในอีก 2ปี กับอีกสามเดือนข้างหน้า (Mar 2024) …
Chia จะมีการนำ mojo มาใช้ในการผลิต CAT, singleton … ดังนั้น XCH จะถูกบริโภคตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความนิยมการใช้งาน chialip … จริงๆ แล้วการบริโภค mojo ก็เหมือนกับการเอา ETH ไปเผานั้นแหละ แต่ต่างกันที่ mojo ถูกบริโภคจาก application ที่เอาไปใช้งาน …. ETH บริโภคจากการเผา fee ของ TX ในระบบ … แต่ feeling ของ chia จะในความรู้สึกที่ดีกว่า เพราะมีการเอา mojo ไปใช้ในเกิดปะโยขน์ ไม่ใช่แบบ ETH ที่เอามาเผาทิ้งเฉยๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม …. happy farming ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น