บทความนี้ post ลง facebook เมื่อวันที่ 26 Aug 2021 => link
สรุปบทสัมภาษณ์ของ JM กับ Backblaze - Next steps for Chia, in Their Own Words. ก้าวต่อไปของ Chia ด้วยคำพูดจาก Chia Dev เอง
อ้างอิงจาก
.
บทความนี้ผมได้อ่านตั้งแต่ออกมาแรกๆ เมื่ออาทิตย์ก่อนและในบทความมีประเด็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่อง e-waste (ขยะอิเล็กทรอนิกส์) … ผมเพิ่งมีเวลาจากงานประจำ … จึงเพิ่งเอามาสรุปให้เพื่อนๆ ได้ลองอ่านกันดูครับ
Backblaze เริ่มต้นด้วยการยอมรับว่าเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา Backblaze ได้ออกบทความที่ Backblaze เลือกที่จะไม่ทำ farm Chia บนพื้นที่ storage ว่างๆ ของ Backblaze เหตุผลง่ายๆ คือไม่ต้องการไปอยู่ใน game การเก็งกำไรของ cryptocurrency โดยคำนวณง่ายๆ จากขนาดของ netsapce มันจึงไม่ work มากๆ … แต่บทสรุป ณ ตอนนั้นของเรา (Backblaze) ยังไม่ใชคำตอบสุดท้าย (last word) เรายังอยากรู้ว่าต่อไปอนาคตของ Chia จะเป็นยังไง
ขนาดของ Netspace เติบโตอย่างต่อเนื่องในตอนที่เราโพส์ตจนถึงวันนี้ (บทความต้นฉบับ release วันที่ Aug 19, 2021) โดยโตขึ้น 33% มีขนาดประมาณ 31-33 EiB เราสันนิษฐานว่าคงมีหลายคนสงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนจำนวนมากจึงยังสนใจใน Chia และคงอยากรู้ว่าในอนาคตของ Chia จะออกมาในรูปแบบไหน
Johmichael Hands (JM) VP of storage business development ของ Chia ได้เสนอตัวที่จะมา discuss กับเราเกี่ยวกับโพส์ตที่เราได้โพส์ตไป … JM เป็นคนที่เราคิดว่าน่าจะตอบคำถามของเราได้ จึงมีการนัดมานั่งจับเข่าคุยกันเพื่อที่จะได้ไขข้อข้องใจและได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของ Chia จากปากของ JM เอง
Q: อะไรทำให้คุณเข้ามาอยู่ใน project Chia
A: ผมได้เข้าร่วมกับ Chia ขนาดที่ยังเป็น beta phase อยู่ (phase ของการ test) เมื่อปีที่แล้ว ณ ตอนนั้น COVID กำลังระบาดจึงมีการจำกัดในเรื่องของการเดินทาง ผมจึงได้ทดลองสร้าง farm ของ Chia ในโรงรถและมีการพูดคุยกับ Chia developer ใน keybase ผมใช้เวลาทั้งคืนเลยน่ะ ... ณ เวลานั้น version ของ Chia ยังเป็น alpha version ซึ่งใช้เวลาในการ plot เป็น 6 เท่าของ version ปัจจุบัน ผมจึงส่ง message ไปหา Chia president และบอกเขาไปว่า คุณไม่สามารถ release software ตอนนี้เพราะคุณกำลังทำให้ SSD สำหรับลูกค้ารายย่อยหายไปจากตลาด … ที่ผมรู้เพราะว่า ณ ตอนนั้นผมทำงานที่ intel และทำงานเกี่ยวกับเรื่องความทนทานของ SSD (SSD endurance) ผมจึงได้เริ่มช่วย Chia ให้เข้าใจปัญหาของ SSD และเขียน software เพื่อที่ optimize SSD usage ทำให้มันทำงานได้ยาวนานมากขึ้น จากการทำงานร่วมกันกับทีมทำให้ผมพบว่า Chia จะเป็น intersection (ทางแยก) ระหว่างประสบการณ์การทำงานของ storage data center ไปสู่ cryptocurrency ผมจึงตัดสินใจไปร่วมงานกับ Chia อยากเป็นทางการ เมื่อ May 2021
*** อย่างที่ทราบว่า SSD จะมี life time ในเรื่องของการอ่านเขียน data … ยิ่งอ่านเขียนมากๆ ยิ่งทำให้อายุการใช้งานของ SSD สั้นลง … สิ่งที่ JM improve คือการเขียนอัลกอริทึมและคำนวณทุกอย่างบน memory หรือ RAM รวมถึง data ที่จะเขียนจากที่เคยเขียนยาวๆ ก็ให้สั้นๆ … ยกตัวอย่าง ถ้าต้องการเขียนคำว่า “Hello Word” แทนทีจะเขียนคำว่า “Hello Word” ตรงๆ ก็อาจจะเอาไปเข้ารหัสแปลงเป็นรหัส ASCII แล้วแปลงเป็นเลขฐานสิบหก หลังจากนั้น data ที่ถูกเขียนอาจจะเป็นแค่ ตัวอักษร 2 ตัวเท่านั้น … อันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ น่ะครับ … อัลกอริทึมของ Chia ยากและซับซ้อนมากกว่านี้มาก
*** JM ได้ post เกี่ยวกับการตัดสินใจย้ายจาก Intel ไป Chia ที่ linkedIn https://www.linkedin.com/posts/jmhands_chia-appoints-key-roles-to-lead-sustainability-activity-6815711672804745216-HRLr อย่าลืมน่ะครับตอนนั้น Chia ยังไม่แม้แต่จะเริ่มตั้งไข่ … การตัดสินใจย้ายจากบริษัท Intel ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ในตำแหน่ง manager ไปยังบริษัทที่ยังไม่มีอะไรเลยจึงเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญมากๆ ….
Q: อะไรคือผลลัพธ์ของงานในการเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์
A: หลังจาก 1 ปีกว่าๆ ที่เราทำ optimize software เราสามารถลดการเขียน data ได้ 1.3TB ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้อยู่ในทุกวันนี้ ... ถึงแม้ว่ามันยังช่วยไม่ได้มากนักกับ workload ของ SSD สำหรับลูกค้าทั่วไป และแน่นอนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการที่จะให้คนทั่วไปซื้อ SSD มากขึ้นโดยเฉพาะเพื่อมาทำ farm กับ Chia … ดังนั้นเราจึงมีชุมชนของนักพัฒนาจำนวนมากเพื่อที่จะปรับปรุงการ plot ทั้งในเรื่องของ ประสิทธิภาพและการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สุงสุด
*** Chia กำลังจะออกversion ใหม่ที่ improve การ plot ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม .. รอติดตามครับ
Q: คุณคิดยังไงกับคำที่ว่า Chia จะทำให้ผู้คน burn out SSD มากขึ้น? (burn out ประมาณว่ามันจะถูกใช้งานมากขึ้นและจะถูกทิ้งมากขึ้นหลังจากที่ใช้งานครบตามอายุการใช้งาน) คุณจะรับผิดชอบกับการกล่าวอ้างนี้ยังไง?
A: เราทำการศึกษามาอย่างมากสำหรับเรื่องนี้เพื่อพิสูจน์ว่าคำกล่างอ้างนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องที่ serious มากสำหรับเรา … ถ้าคำกล่าวอ้างนี้เป็นจริง ลองคิดดูว่าเรา burn out SSD ไปแล้วจำนวนเท่าไร …ยกตัวอย่าง คำนวณง่ายๆ โดยสมมุติว่า 50% ของ Netspace ในปัจจุบันถูก farm ด้วย SSD ผมมีโปรแกรมคำนวณการทำงานของ SSD Endurance ที่ผมพัฒนา (https://github.com/Chia-Network/chia-blockchain/wiki/SSD-Endurance) ซึ่งโปรแกรมของผมบอกว่าเราจะใช้ SSD จำนวนทั้งหมด 44,000 drive สำหรับการ plot 50% ของ netspace ในปัจจุบัน
ตัวเลข 44,000 SSD drive มันดูเป็นจำนวนที่มากสำหรับผม เพราะในความเป็นจริง farmer จะ plot ด้วย SSD จนกระทั่ง “ใกล้” จะถึง limit ของการประกันจากนั้นจึงหยุดใช้ SSD ตัวนั้นในการ plot และจะเอา SSD ตัวนั้นไปทำอย่างอื่นอาจจะเอามา farm ก็ได้ … consumer SSD ที่ฉลาดๆ มักจะทำแบบนี้
นอกจากนั้นยังมี third party ที่รับจ้าง plot ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 50-60 เจ้าที่จะรับจ้าง plot ให้ farmer โดยใช้ SSD เกรด enterprise ดังนั้นการ estimate SSD สำหรับลูกค้าทั่วไปที่จำนวน 44,000 drives ที่นำมา plot จำนวน 50% ของ netspace จึงเป็นตัวเลขที่ประมาณการสูงกินไปสำหรับผม
ถึงแม้ว่าเราจะประมาณไว้ที่ 44,000 SSD ก็ตาม … คุณรู้ไหมในปี 2021 เรามี SSD มากกว่า 435 ล้าน drives ที่ถูกผลิตและจำหน่าย ซึ่งต่างกันมากกับจำนวน 44,000 drives ที่เราประมาณ …. และในแต่ล่ะปีคุณคิดว่ามันจะมีกี่ตัวที่เสียและถูกนำไปทิ้ง … ซึ่งจากการคาดการณ์ของผมมันควรจะถูกทิ้งประมาณ 2.5 ล้านตัวต่อปี … ดังนั้นถ้าเราจะทิ้ง SSD เพิ่มขึ้นอีก 44,000 drives มันจะทำให้ยอด SSD ที่ถูกทิ้งแต่ล่ะปี สูงมากขึ้นเป็นเพราะเราจริงๆ เหรอ? จากการวิเคราะห์ของผม Chia ทำให้ SSD เสียเพียงแค่ 1.5% ของยอดเสียทั้งหมดเท่านั้น (อ้างอิงจาก https://www.chia.net/2021/08/03/chia-and-ssd-endurance-big-progress-less-waste.html)
Q: ดังนั้นคุณจึงคิดว่า e-waste มีการคำนวณไม่ถุกต้อง?
A: ผมได้ศึกษาอย่างมากเกี่ยวกับเรื่อง e-waste ในตลอดหลาย week ที่ผ่านมา ผมได้คุยกับคนที่ดูแลเรื่อง e-waste คุณรู้ไหม e-waste ที่เกิดจาก SSD มีจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนิดอื่นๆ และนี้คือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้บริษัทผลิต SSD ก็ไม่ได้ถูกโจมตีในเรื่องของขยะอิเล็กทรอนิกส์ … SSD มีน้ำหนักเบามากตัวเล็กและไม่ได้ประกอบไปด้วยวัตถุอันตราย เราจึงไม่คิดว่า e-waste ส่วนใหญ่จะมาจากเรา
และในทางกลับกัน HDD มากกว่าล้าน drive ถูกทำลายต่อปีเพียงเพราะว่า HDD ส่วนใหญ่ที่ถูกนำไปใช้ที่ data center ... และพวกเขาไม่ต้องการให้ข้อมูล “getting out” (หลุด) ออกไปสู่โลกภายนอกจึงเลือกที่จะทำลายมากกว่า recycle (อ้างอิงจาก https://www.salon.com/2021/08/04/can-you-recycle-a-hard-drive-google-is-quietly-trying-to-find-out_partner/) และนั้นเป็นเหตุผลที่งี่เง่ามากๆ ผมได้คุยกับผู้เชียวชาญทางด้านนี้และได้ทำหลายอย่างมากเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อ (โดยปกติการประกอบ HDD จะต้องประกอบในพื้นที่ที่มีความสะอาดสูงในห้อง cleanroom) การลบข้อมูลอย่างถาวรหรือแม้แต่การ encrypting drive เพื่อที่จะไม่ให้ข้อมูลหลุดออกมาสู่โลกภายนอกจาก drive ที่ถูก recycle … การ encrypting drive จะทำให้เราสามารถนำ drive ที่ถูก recycle กลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยจุดประสงค์อื่นๆ (เช่นเอามาทำ farm ของ Chia …)
ข้อมูลใน HDD ที่ถูกลบและ encrypt ทำให้ข้อมูลที่สำคัญๆ ของคุณเช่น crypto key มีความลปอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่มีใครสามารถอ่านข้อมูลแบบนี้กลับมาได้อีก คุณรู้ไหมทุกๆ ปีจะมี drive ที่เสียหายนับสิบล้าน drive ที่จะถูกทำลายก่อนที่มันจะหมดอายุการใช้งานเพียงเพราะเหตุผลในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล … เราจึงมองเห็นโอกาสที่จะนำ drive พวกนี้กลับมาใช้งานได้อีกซึ่งดีกว่าทิ้งมันไปเฉยๆ
พวกเราระดมความคิดที่จะใช้ Chia เป็นตัวเร่งอุตสาหกรรมการ recycle drive เพื่อที่จะนำ drive ที่เสียหายให้สามารถนำกลับมา farm ได้อีกครั้งเพื่อลด e-waste และถ้าเราทำสำเร็จเราก็จะทำให้ราคาของ storage (ทั้ง HDD และ SDD) กลับมาสู่ราคาปกติหรืออาจจะทำให้ราคาตลาดลดลงด้วยซ้ำเพราะของ recycle มีจำนวนมากขึ้น … และมันจะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา ที่สามารถแก้ปํญหา e-waste ได้อย่างถูกต้อง
Q: คุณคิดยังกับราคาของ HDD ที่ spike (คืออาการที่พุ่งสูงขึ้นและกลับลงมาเป็นปกติ … ยอดที่สูงขึ้นเราจะเรียกว่า spike) ขึ้นมาเมื่อ summer ที่ผ่านมา?
A: มันเป็นเรื่องปกติน่ะ ถ้าตลาดไม่สมารถผลิตได้ตามที่ลูกค้าต้องการ … ราคาก็จะขึ้นโดยเฉพาะตอนที่ลูกค้าต้องการจำนวนมากราคาก็จะโตแบบทวีคุณ
IDC (องค์กรหนึ่งในอเมริกา) บอกว่า HDD ขนาด 1.2 zettabyte (1 000 000 000 TB) ถูกผลิตและจำหน่ายทุกๆ ปีแต่ในส่วนของลูกค้าส่วนบุคคลไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ... ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีขนาดประมาณ 1% ของจำนวน order HDD ทั้งหมด … แต่ถ้าขนาดของลูกค้าทั่วไปขยายจาก 1% เป็น 2% หรือ 3% แน่นอนที่จะทำให้ราคา HDD สำหรับลูกค้าทั่วไปอาจจะสูงเพิ่มขึ้น 15% หรือ อาจจะขึ้นไปถึง 30-40% ก็เป็นไปได้ … ถ้าใครซื้อ HDD ที่ราคาสูงขนาดนี้เพื่อมาทำ farm ของ Chia จึงเป็นความคิดที่ผิดที่จะได้กำไรในช่วงเวลานั้น
มันเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับ black swan event (black swan event เอามาใช้แทนเหตุการณ์ที่มีความร้ายแรงแต่ไม่มีใครคาดคิดมากก่อน) เราเปิดตัว mainnet เมื่อวันที่ Mar 19, 2021 ด้วยขนาดของ Netspace 120 PiB และ Bitcoin ทำราคาสูงสุดตั้งแต่เปิดขายในเดือน April …. Chia ที่มีขนาด netspace ขนาดเล็กแต่ราคายังสูงมากจึงเป็นการทำกำไรที่สูงมากสำหรับ farmer ที่เริ่มทำ farm ในช่วงแรกๆ ... small farmer บางคนสามารถทำเงินได้ถึง $150,000 ภายในวันเดียว (ไม่จริง ผมทำ farm ตั้งแต่เริ่มเปิดตัว mainnet ยังไม่ได้สักเหรียญจาก solo เลย) ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ chia และคาดหวังว่าจะเป็นเหมือน bitcoin ในอนาคต แน่นอนมันไม่ใช่สิ่งที่เรา (Chia Dev) หวังไว้เลย (Chia ไม่ได้ถูกออบแบบมาให้เป็น next bitcoin … มันถูกออกแบบให้เป็นมากกว่า bitcoin)
หลังจากนั้น netspace ของเราขยับจาก 120PiB เป็น 30EiB ภายในเวลา 3 เดือน …. และในเดือน May ผมก็กลายเป็น popular guy ในทันที … ผมถูกสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เกือบทุกวัน เพื่อที่จะวิเคราะห์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับ Western Digital และ Seagate เมื่อไร netspace จะหยุดหรือ netspace มันจะ keep go up forever (ขึ้นไปไม่มีวันหยุด)
มันไม่น่าแปลกใจหรอกที่ปรากฏการณ์นี้จะอยู่ไม่นาน เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งกำไรกับเงินลงทุนไม่สัมพันธ์กัน netspace จะค่อยๆ stable ไปเอง
Q: คุณคิดว่าความต้องการ HDD สำหรับ Chia จะโตขึ้นมากกว่านี้ไหม?
A: ถ้าในช่วงเวลาสั้นๆ ราคาของ HDD เพิ่มเป็น 2 เท่าหรือ 3 เท่า … เราอาจจะได้เห็นบางคนรีบซื้อ new HDD ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สุดท้ายราคาก็จะกลับมาเป็นปกติเอง … เราคิดว่า netspace ยังไม่หยุดโตโดย next wave (หมายถึง netspace ที่กำลังจะโตมากขึ้น) จะมาจาก small farmer และ pool operator
Bram สันนิฐานว่าต่อไปผู้คนจะมีการใช้พื้นที่ว่างของ HDD มากขึ้น ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครใช้พื้นที่ใน HDD เต็มความจุ IDC ระบุว่า HDD ที่ไม่ได้ถูกใช้ในโลกนี้มีมากกว่า 500 EiB นั้นหมายถึงผู้คนส่วนใหญ่พร้อมที่จะเป็น farmer โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม หรือจะขยายขนาดของ farm ในอีก 6 เดือนข้างหน้าก็ได้ และนี้คือ next wave ของ netspace ที่เราคาดการณ์ไว้ว่าจะโตขึ้นจากส่วนนี้
โดยปกติความต้องการของพื้นที่ของการเก็บข้อมูลจะโตขึ้น 20%-30% ทุกปี และ HDD ก็ไม่ได้มีขนาดเพิ่มขึ้น 20%-30% ของทุกๆ ปี เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้จะเกิดขึ้นเสมอเมื่อความต้องการพื้นที่จัดเก็บมีมากกว่าอุปทาน .. และนี้คือสิ่งที่เราต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่การเติบโตของ netspace จะไปมีผลกับราคาของ HDD
นั้นคือเหตุผลที่เราต้องการนำ drive เก่ากลับมาใช้งานใหม่ซึ่งเรากำลังหา business model ของตัวนี้ (business model การ recycle drive) ตอนนี้เริ่มมี farmer หลายคนที่ต้องการทำ farm แบบ enterprise scale โดยที่ไม่ต้องการที่จะลงทุนซื้อ new HDD (enterprise scale คือทำ farm ใหญ่ๆ เลย .. ไม่ใช่แค่ smaller farm อย่างเราๆ)
Q: ระหว่าง big enterprise farmer ที่มีจำนวน plot มหาศาล กับ smaller farmer ที่มีจำนวน plot ไม่เท่าไร … คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน?
A: ปัจจุบัน 37% ของ farmer มี farm ขนาด 10-50TB และ 26% มี farm ขนาด 50-150TB(อ้างอิงจาก https://survey.chiadecentral.com/) ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็น big farmer โดยทางเทคนิคแล้ว farmer รายเล็กจะดีกว่าเพราะเราต้องการ decentralized … phase แรกของเราคือการสร้าง protocol และ framework สำหรับการทำงานแบบ decentralized, ความปลอดภัยของ blockchain ... เราทำทั้งหมดสำเร็จได้อย่างสวยงามภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา … สิ่งหนึ่งที่เราใช้เป็นตัววัดความเป็น decentralized คือจำนวน full node ที่เรามี ... ณ ตอนนี้เรามี full node เกือบ 350,000 full node ด้วยจำนวน full node ที่เรามีในตอนนี้เราจึงคิดว่าเราเป็น blockchain ที่ decentralized ที่สุดในโลกแล้ว
เมื่อพูดถึงเรื่องขนาด farm ของ farmer … คุณรู้ไหมการทำ farm เป็นสิ่งที่เราสนใจน้อยที่สุดเพราะเราให้ความสนใจในเรื่องของความปลอดภัยมากที่สุดต่างหาก ... ในวันนี้ถ้ามีใครต้องการโจมตีเราด้วย 51% attack คนนั้นจะต้องมี farm ขนาด 15 EiB และต้องให้ทั้ง 15EiB up ขึ้น network การที่จะมี farm ขนาด 15EiB จะต้องมีอย่างน้อย 100 data center ... ในความเป็นจริงจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะโจมตี blockchain ของ chia ด้วย 51% attack ในขนาดที่ netspace ของเรามีขนาดสูงถึง 30EiB
Q: อนาคตของ Chia จะเป็นไปในแนวทางไหน?
A: vision ของเราก็พยายามที่จะชนะ Ethereum ภายในเวลา 3 ปี สำหรับ business model ของ Chia Network คือการมี support ทีมสำหรับสถาบันการเงินที่ต้องการใช้ Chia
President ของเราต้องการพลักดันให้ chialisp ซึ่งเป็นภาษาสำหรับ smart on-chain programming เป็นที่นิยม … เพราะทุกๆ อย่าง ใน chia คือ coin คุณสามารถที่จะสร้าง colored coin เพื่อที่จะเป็น asset ใน blockchain หรือทำ tokenize ด้วย carbon credit หรือจะซื้อหุ้น Tesla ด้วย tokenize ซึ่งนับแต่นี้โลกทางการเงินจะเปลี่ยนไป (อ้างอิงจาก https://www.chia.net/2021/07/13/a-vision-for-defi-in-chia.en.html ซึ่งผมได้สรุปมาเป็นภาษาไทยที่ https://www.blockdit.com/posts/611b536178c9e40c8dfe9f17)
สถาบันการเงินที่ใหญ่ๆ อยากที่จะเริ่มต้นใช้ cryptocurrency แต่ไม่มีที่ที่ให้พวกเขาเริ่ม สถาบันการเงินที่เราได้เริ่มข้าไปคุยได้มองไปที่ Ethereum แต่มันมีจุดอ่อนมากมาย ทั้งตัว code ที่ยากต่อการ audit และจำเป็นต้องมีประสบการณ์อย่างสูงในการพัฒนา นอกจากนั้นมันยังใช้พลังงานอย่างมาก … เราคิดว่ามันเป็น blockchain ที่ไม่ยั่งยืนสำหรับในอนาคต
เราพยายามที่จะเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกของการเงินกับโลกใบใหม่ของ cryptocurrency และการเป็น decentralized finance เราคิดว่า Chia มีศักยภาพที่จะทำแบบที่เราหวังได้
จบแล้วครับบทสัมภาษณ์ของ JM กับ Backblaze สำหรับผม ... ผมเห็นภาพค่อนข้างชัดเจนมากในเรื่องการรักษ์โลกของ Chai ทั้งในเรื่องของ e-waste และการ recycle HDD รวมถึงความคิดที่จะ control ราคาของ HDD ไม่ให้ผลกระทบการภาคส่วนอื่นๆ ที่เคยเกิดมาแล้วกับการ์ดจอ ของ PoW..
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม … happy farming ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น