บทความนี้ post ลง facebook เมื่อวันที่ 29 Jan 2022
อ้างอิงจาก
https://capital.com/best-green-cryptocurrencies
captital.com หนึ่งใน website ที่นิยมของเหล่านักลงทุนทั่วโลก ได้ออกบทความเกี่ยวกับ green cryptocurrencies แล้วได้พูดถึง chia blockchain ของเราด้วย … โดยเนื้อหาของบทความได้เปรียบเทียบการใช้พลังงานของ blockchain ต่างๆ ที่เครมตัวเองว่าประหยัดพลังงาน
ในบทความได้พูดถึง BTC ที่ได้ปล่อยก๊าซ carbon ประมาณ 22-22.9 ล้านเมตริกตันต่อปี มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวน 131.5 terawatt-hour (TWh) ต่อปี … ซึ่งมากกว่าการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศ Norway ที่ใช้ทั้งปี 124.3 TWh
ยิ่งที่ประเทศจีนที่มีการพึ่งพาพลังงานถ่านหินเป็นหลักกับมีจำนวนนักขุดเหมือง BTC อยู่ถึง 75% ซึ่งประมาณการณ์ว่าจะมีการปล่อยก๊าซ carbon ถึง 130.5 ล้านเมตริกตันในปี 2024 แม้ว่าจะมีบางพื้นที่ในประเทศจีนจะมีการใช้พลังงานสะอาดในการทำเหมืองก็ตาม
ในขณะที่โลกกำลังเรียกร้อง solution ที่เป็นมิตรกับโลกมากกว่านี้ แต่ BTC และ ETH ที่เป็น cryptocurrencies ที่มี market cap มากที่สุดในโลกก็ยังใช้ กลไกของ blockchian ด้วย PoW .. อีกหนึ่งทางเลือกของ blockchain ในการประหยัดพลังงานคือ PoS model แต่ Adam Carver CEO ของ BitGreen ก็ได้ให้ความเห็นว่า PoW จะมีความสามารถในการ maintain network ที่ใหญ่มากๆ ได้ดีกว่า และตอนนี้ก็มี blockchain หน้าใหม่ที่เร็วกว่า แออัดน้อยกว่า ราคาในการใช้งานไม่แพงและมีการสนับสนุน application layer สำหรับ use case ใหม่ๆ มากขึ้น
capital.com ได้ขอนำเสนอ cryptocurrencies ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในปี 2022 โดยพิจารณาจากการใช้พลังงานเท่านั้น
1. Fantom Foundation (FTM) https://fantom.foundation/
FTM เป็น blockchain สำหรับ DeFi และมี dApps บน enterprise application ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในการลงทุน
FTM ใช้ consensus แบบ PoS บน algorithm ที่ชื่อว่า asynchronous byzantine fault tolerance (aBFT) ทำให้สามารถทำ transaction ได้เร็วมากและใช้พลังงานน้อย ทุกๆ transaction ของ Fantom blockchain จะใช้พลังงานเพียงแค่ 0.000024-0.000028 kWh เท่านั้น เป็น cryptocurrency ที่สะอาดจริงๆ นั้นหมายถึง Fantom network จะใช้พลังงานเพียงแค่ 8,200 kWh ต่อปีเท่านั้นซึ่งน้อยกว่าการใช้พลังงานของบ้านบางหลังในสหรัฐที่กินไฟ 10,700 kWh และถ้าเปรียบเทียบกับ ETH จะแตกต่างกันถึง 6.6ล้านเท่าสำหรับการใช้พลังงานต่อ transaction
Michael Kong CEO ของ Fantom Foundation เชื่อว่า technology blockchain ควรจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน ภารกิจของ Fantom Foundation คือการสร้าง blockchain ที่มีความเร็วปลอดภัยและสนับสนุนระบบนิเวศทั่วโลก
2. IOTA (MIOTA) https://www.iota.org/
IOTA เป็น blockchain project ที่มีความปลอดภัยสำหรับการ exchange ทั้ง value และ data โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม นับว่าเป็น blockchain แรกถูกสร้างมาเพื่อ Internet of Things (IoT) …. IOTA มีจุดประสงค์ที่จะสร้าง microtransactions และ data storage บน network ที่ device ต่างๆ มีการ connect เข้าหากัน โดยใช้ algorithm ชื่อ distributed ledger technology (DLT) บน tool ที่ชื่อว่า quantum-proof directed acyclic graph (DAG) ทำให้ใช้พลังานเพียงแค่ 0.00011 kWh ต่อ transaction บน network
3. RippleNet (XRP) https://ripple.com/xrp/
XRP เป็น opensource blockchain ที่สามารถจัดการ transactions ได้ภายใน 3-5 วินาทีโดยการใช้พลังงานเพียงแค่ 0.0075 kWh ต่อ transaction ใน network … ระบบการจ่ายเงินของ RippleNet เป็น platform ที่ชื่อว่า real-time grass settlement (RTGS) ที่สามารถรอบรับ connection ของสถาบันการเงินนับร้อยแห่งทั่วโลกเชื่อต่อ blockchain ด้วย application programing interface (API) ทำให้ RippleNet สามารถรอบรับการ payout ภายใต้สกุลเงินต่างๆ มากว่า 40 สกุลเงินทั่วโลก
4. Chia (XCH) https://www.chia.net/
chia เป็น blockchain หน้าใหม่ที่กินพลังงาน 0.023 kWh ต่อ transaction ซึ่งน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับ ETH ที่ 62.56 kWh … chia ใช้ระบบ farming process ด้วย hard drives แทนที่จะใช้ processer ของ computer เหมือน PoW ด้วย concept ที่เรียกว่า proof-of-space and time (PoST) โดยจะต้องลงโปรแกรมของ chia เพื่อที่จะทำการเก็บ data ในการทำ farm ลง hard disk
chia สามารถ farm ได้แม้แต่กระทั่งเครื่อง laptop เครื่องเล็กๆ ขอแค่มีพื้นที่ว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันจึงใช้พลังงานเพียวเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับ network ของ chia … นอกจากนั้น chia ยังเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม circular drive initiative ที่มีการนำเอาขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภท hard disk กลับมา recycle ใหม่โดยข้อมูลก่อน recycle ยังมีความปลอดภัย
5. Cardano (ADA)
ADA ถูกสร้างเมื่อปี 2017 โดย Charles Hoskinson ซึ่งเป็นหนึ่งใน green crypto ที่หลายๆ คนรู้จัก จากข้อมูลของ TRG datacenters ได้ระบุว่า ADA จะใช้พลังงาน 0.5479 kWh ต่อ transaction ใน network นับว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับ BTC ที่ใช้พลังงานถึง 707 kWh ต่อ tranaction นั้นหมายถึงน้อยกว่าถึง 1,290 เท่า … blockchain จะใช้ PoS ที่รันบน protocol ชื่อ Ouroboros ที่จะให้ user ใน network ซื้อ token มาทำการ stack เพื่อที่จะ validate transacions
ADA ยังมีโครงการที่จะปลุกต้นไม้ตามจำนวน ADA token ที่บริจาค โดยมีการปลูกต้นไม้ไปแล้วถึง 165,000 ต้นจากเงินบริจาคจำนวน 129,018ADA
และนี้คือมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อ green blockchain ที่ตอนนี้ทั่วโลกกำลังมองหาพลังสะอาดเพื่อทดแทน blockchain ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน … แต่ blockchain ที่ดีจะไม่สามารถพิจารณาเพียงแค่พลังงานต่อ transaction เท่านั้น เรายังต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยว่าสามารถถูกโจมตีได้ง่ายหรือไม่ ความ stable ของ network โดยดูจากการถูกโจมตีหรือเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ก็ตาม ตัว network ยังสามารถ handle transaction ได้หรือไม่ หรือแม้แต่กระทั่ง application layer ที่จะเอาไปพัฒนาต่อสามารถทำได้ง่ายหรือไม่ ณ ปัจจุบัน application layer บน blockchain ส่วนใหญ่จะเป็น NFT, DeFi, GameFi ตัว blockchain มันทำได้แค่นี้จริงๆ เหรอ?? ถ้าเราสามารถเขียนโปรแกรมบน coin ได้เราก็สามารถให้ coin ทำงานอย่างอื่นได้เช่นที่ Chia network กำลังสร้าง private blockchain ที่เก็บข้อมูล carbon credit data ของแต่ล่ะประเทศและ validate data ผ่าน chia blockchain ซึ่ง use case นี้ไม่เกี่ยวกับกับ NFT หรือ DeFi ตัวอย่างนี้เป็น use case ที่เอามาใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงแบบเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าการซื้อขายรูปลิงกอริล่า ในตลาด NFT
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม … happy farming ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น