บทความนี้ post ลง facebook เมื่อวันที่ 9 Nov 2021 => link
*** เรามาต่อตอนที่ 2 กันเลยครับ …. ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยเก่ง ถอดเทปแปลแบบ งูงู ปลาปลา จุดไหนที่แปลผิดหรือเข้าใจผิดรบกวนชี้แนะด้วยน่ะครับ
Jennifer: ฉันอยากจะถามคุณทั้งสองคนหน่อยเกี่ยวกับข่าวที่ฉันได้รับมา เกี่ยวกับการประกาศของ World Bank ที่มี chia เป็น partnership คุณอธิบายให้หน่อยได้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไงและมันเกี่ยวอะไรกับการลดมลพิษ
Gene: มันเป็น program ที่น่าสนใจมากๆ จาก World bank และเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เป็น technology partner กับพวกขา ... นั้นหมายถึงทั้งโลกเลยน่ะ … สำหรับ program นี้มันเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ภายใต้ชื่อ Climate Warehouse … และนี้คือสิ่งที่ผมรักใน blockchain การทำ decentralized บน centralized database
แนวคิดของโปรแกรมนี้ก็คือการลงทะเบียน carbon ของทุกประเทศและข้อมูลของทั้งหมดจะถูกรวมกันอยู่ที่เดียว และมันจะสามารถ report history ของ carbon credits นอกจากนั้นมันยังสามารถ track การ audit ต่างๆ ที่พวกเขาทำกันมา … มันยังป้องกัน double spend issue ของ carbon credit และตอนนี้พวกเราต้องทำงานข้ามประเทศข้ามพรมแดน น่าจะต้องใช้เวลาอีก เดือนหรือสองเดือน ..
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกในที่นี้คือเรื่องของ permissionless ใน blockchain สำหรับ project นี้ทุกๆ ประเทศและคนที่ลงทะเบียน digital carbon จะมี footprint เป็นของตัวเอง … มันเป็น technology ใหม่ที่พวกเราเรียกว่า data layer ที่จะอนุญาตให้มี Federated database (สหพันธ์ database) ที่แต่ล่ะประเทศจะมี table ใน database เป็นของตัวเอง และพวกเขาจะใช้ table นั้นแหละเป็นตัว update ข้อมูล carbon credit … และข้อมูลนี้จะอนุญาตให้ใครเข้ามาดูก็ได้ แต่เมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องผ่าน cryptographic prove จึงจะสามารถ update ได้ และเมื่อ update เสร็จแล้ว database ตัวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะทำการ sync ข้อมูลที่เพิ่ง update อัตโนมัติ … ซึ่งเป็นหน้าที่ของ chain ใน chia blockchain ที่ต้อง sync full node ทั้ง 400,000 node สิ่งที่ผมพูดมันเป็น background process เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่างเช่น หน้าของ website ที่ต้อง sync กับ data all the time ด้วย
Jennifer: การที่คุณทำให้ blockchain รายงาน carbon credits มันจะช่วยให้ blockchain ของคุณใกล้ชิดหรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตรงไหน
David : นี้ป็นจุดที่สำคัญที่เราอยากจะบอกใครก็ตามที่กำลังดูพวกเราอยู่ นี้เป็น application ที่เก็บข้อมูลจำนวนมากที่สุดใน blockchain นับตั้งแต่มี blockchain เลยทีเดียว ส่วนรายละเอียดของตัวเลขจะถูกประกาศออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งมันจะเป็นตัวบอกว่าเราสามารถทำการเก็บข้อมูลได้มากขนาดไหน Gene สามารถบอกในรายละเอียดได้ดีกว่า … แล้วก็ issue ของ carbon credits ที่ Gene ได้พูดถึงก่อนหน้า เช่น double spend ความเชื่อใจข้อมูลของแต่ล่ะประเทศ ข้อมูลพวกนี้ได้ถูกเก็บลงใน database ในรูปแบบของ blockchain ที่การ verify สามารถ audit หรือติดตามได้ … ความน่าเชื่อถือเป็น importance first step ที่ทุกคนจะต้องมี และเราต้องทำให้มันเกิดให้ได้ … Gene คุณมีอะไรจะเสริมไหม
Gene: ประเด็นทั้งหมดนี้คือการสร้างความน่าเชื่อถือก่อน จากนั้นจึงจะสามารถทำการ trade ใน market ปัจจุบันได้ .. คุณรู้ไหม carbon credit ของ California สามารถใช้ได้แค่ California กับ Quebec (รัฐในแคนนาดา) เท่านั้น มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่ก็นั้นแหละ มันคือ carbon credits ที่ผู้คนบางคนไม่ต้องการที่จะเสี่ยงจากการโดนโกง … แนวคิดทั้งหมดของ program นี้ก็คือ เราจะมีฐานข้อมูลสาธารณะที่เก็บบันทึกวิธีการบันทึกข้อมูลสาธารณะ (public database of public record) ของแต่ละประเทศและมีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน … ทำให้มีการตรวจสอบข้อมูลหรือ audit ข้อมูลลงไปในระดับลึกๆ ถึงขนาด file ต้นฉบับ หรือ แม้แต่การตรวจสอบต้นไม่แต่ล่ะต้นที่ได้บันทึกข้อมูลรูปภาพลงไป ก็สามารถทำได้
Jennifer: คุณเห็นการทำงานนี้อย่างไร? เมื่อมันใช้งานได้และใช้งานได้จริง และตอนนี้เราอยู่ไกลแค่ไหนจากจุดนั้น?
Gene: ณ ตอนนี้เรายังอยู่แค่ second stage ของ prototype เรายังอยู่ใน mode การรัน simulation ที่มีการเพิ่มจำนวน data มากขึ้นไปเรื่อยๆ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านี้จะเป็น solution ที่ช่วยแก้ปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน … World Bank บอกกับเราว่า program นี้วางแผนไว้ที่ 6 ปีแต่เหมือนเราจะสามารถทำเสร็จได้ภายใน 3 ปี และพวกเขาชอบ chia และ blockchain ของ chia ที่ช่วยประหยัดเวลาให้พวกเขาไปถึง 3 ปี
Jennifer: ฉันชอบมากเลยน่ะที่ได้คุยกับพวกคุณ โดยเฉพาะเมื่อวันก่อนที่คุณบอกว่าต่อไป blockchain จะเป็นระบบ financial ที่ใหญ่ที่สุดในตลอด 20 ปีนับจากนี้ แต่ ใครล่ะที่จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในตอนจบ คุณลองดูจำนวนของ blockchain ในปัจจุบันนี้สิว่ามันเยอะมากขนาดไหน .. และอะไรที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จรวมถึงเรื่องของความเท่าทเียมกันที่พวกคุณต่างพูดถึง …
David: ในมุมองของผม ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่า chia จะเป็นผู้ชนะ แต่ในตอนนี้ chia กำลังถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนพื้นฐานของปัญหาที่ blockchain ต่างๆ มี … แต่ก็นั้นแหละ blockchain อื่นๆ ก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกันถ้าเราต้องการที่จะ move ไปข้างหน้า ..
ผมคิดว่า bitcoin จะไม่ใช่ผู้ชนะเพราะพวกเขาไม่ได้มีการตรวจสอบ block หลังจากการ validate เสร็จแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับ real customer อย่าง multinationals financial institutions, governments และ peer to peer transaction ..
ถ้าคุณเป็น national government หรือ CFO ของ 1 ใน 10 บริษัทของ fortune คุณจะใช้หรือไม่ใช้ blockchain ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถแก้ปัญหาทางกฏหมายได้หรือไม่ ในเรื่องของการตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังเพราะถ้าตรวจสอบไม่ได้อาจจะทำให้บริษัทของคุณถูกปิดและมันเป็นความเสี่ยงกับชื่อเสียงของบริษัทคุณด้วย …
และอีกจุดหนึ่งที่ผมอยากจะ point คือเรื่องของรางวัล การที่คุณจะได้รางวัลจาก bitcoin คุณจะต้องลงทุนซื้อ hardware ที่แพงมากๆ แต่กับ chia คุณมีแค่ hardware ราคาถูกกินไฟน้อยคุณก็สามารถป็น full node ใน blockchain ได้แล้ว .. เราจึงไม่ได้ทำร้ายสิ่งแวดล้อม blockchain ที่เราออกแบบได้รอบรับระบบ financial ได้ถึง 20 ปีข้างหน้า โดยจะรองรับ transaction ที่เกิดจากบริษัทต่างๆ รวมถึง government ... มันจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ blockchain ที่ผลิตเหรียญอย่างเดียว
Gene : ผมอยากจะเล่าอะไรที่น่าสนใจให้ฟังหน่อย เกี่ยวกับที่เราได้ยินมามันเป็นเรื่องของ tech starter คนกลุ่มหนึ่งในไนจีเรีย พวกเขา bidding currency โดยใช้ chia มีคนถามพวกเขามากมายเลยว่าทำไมต้องเป็นเหรียญ chia คำตอบก็คือ ค่าไฟฟ้าของพวกเขาแพงมากและพวกเราไม่สามารถที่จะซื้อ antminer s9 (ชุดขุด bitcoin) ที่มีราคาถึง $5000 และสามารถส่งของให้ได้ใน 6 เดือนข้างหน้า แต่พวกเขามี HDD เก่าๆ และพวกเขาก็ได้เริ่มทำ farm chia … และนี้แหละครับคือตัวอย่างของโลกแห่งความเป็นจริง โลกของความเท่าเทียมกันจริงๆ
นี้จึงเป็นความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือระดับโลก ความไว้วางใจที่ไม่น่าเชื่อถือ (Untrusted trust ... งง เลย) เป็นแนวคิดที่แปลกจริงๆ แต่ถ้าคุณทำได้คุณก็จะสามารถ trade carbon credit กับใครในโลกก็ได้ที่คุณไม่เคยเจอ และจะไม่มีใครได้ deal แย่ๆ อีกต่อไป… ซึ่งมันจะไม่เหมือนในอดีตที่คุณเข้าไปใน craigslist (เป็นชุมชน online ที่มีทั้งประกาศขายของ สมัครงาน หาคู่) เพื่อที่จะหาซื้อ beanie baby (ตุ๊กตาตัวเล็กๆ เอาไว้กอด) แล้วนัดพบกันที่จอดรถ McDonald มันดูเป็น transaction ที่น่ากลัวน่ะ คุณอาจจะโดนปล้นก็ได้
ต่อไปการ trading ที่จะหมายรวมไปถึง stocks, bonds จะสามารถทำการซื้อขายผ่านใครสักคนที่คุณไม่เคยเจอ แล้วจะไม่มีใครสามารถโกงใครได้ และนีคือ change ที่เราสามารถทำได้โดยการสร้างโครงสร้างของ enterprise class blockchain แล้วสร้างมันให้อยู่ใน internet เปรียบได้ว่ามันคือ client warehouse โดยที่มีพื้นฐานเป็น cross-border (ข้ามประเทศ), cross-market (ข้ามตลาด) และเป็น permissionless .. มันเป็นส่วนสำคัญที่สุดของ blockchain ที่ดี
ถ้า carbon credit ของคุณอยู่ในตลาดในยุโรป และอยากทำการ trade ที่ภูมิภาคอื่น คุณสามารถที่จะเชื่อมต่อกับ blockchain โดยที่ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตให้ยุ่งยากมากนัก นี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน
ยกตัวอย่างเรื่องงี่เง่าของตลาดหุ้นอีกเรื่อง มันอนุญาตให้คุณ trade ได้แค่ช่วงเวลา 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น เวลาฝั่งตะวันออก … ซึ่งต่อไปมันจะไม่ใช่ คุณสามารถ trade ทุกอย่างๆ ไม่ใช่แค่หุ้น และสามารถเทรดได้ 24 7 365 (24 ชม, 7 วันติดต่อกันต่ออาทิตย์ 365 วันต่อปี คือไม่มีวันหยุดเลย) ซึ่งมันแตกต่างกันมากกับปัจจุบัน
คุณจะเห็นว่าต่อไป blockchain จะเป็นทุกอย่าง แต่มันยังรักษาโรคมะเร็งไม่ได้น่ะ … ต่อไป blockchain จะเปลี่ยนโฉบหน้าของทุกอย่างในการ trade ไม่ว่าจะเป็น carbon credit market, equities market, debt market หรืออะไรก็ตามที่มันสามารถ trade ได้
Jennifer: และนั้นคือสิ่งที่พวกคุณหมายถึงใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ อย่างที่คุณยกตัวอย่างที่ไนจีเรียที่สามารถทำเงินได้จาก blockchain ของคุณ
Gene : one application ที่ผมลืมไปอย่างหนึ่ง ถ้าคุณไม่ใช่กลุ่มประเทศของ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) คุณมี transaction จำนวนมากในการโอนเงิน bitcoin ข้ามประเทศ อย่างเช่นไนจีเรีย หนึงในสามของคนไนจีเรียจะมี bitcoin เพราะว่าเมื่อพี่น้องของคุณใน Brooklyn (ชื่อเมืองใน New York) ต้องการโอนเงินให้คุณที่อยู่ในไนจีเรียวิธีที่ง่ายที่สุดคือโอนผ่าน bitcoin ซึ่งเราชอบวิธีนี้มากและนี้ก็จะเป็นเป้าหมายต่อไปของเราที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก .. คุณจะเห็นว่ามันจะมีกฏในการ trade ของแต่ล่ะประเทศ บางประเทศจะมีตลาด Future แต่บางประเทศก็ไม่มี แต่เมื่อคุณสามารถ trade แบบ global ทุกอย่างมันจะปลี่ยนไป และนี้มันจะเป็น real game changer ที่ blockchain จะทำให้มันเกิดขึ้น
Dave: ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ผมบอกไม่ได้หรอกว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะมี application อะไรบ้างเพราะนั้นไม่สำคัญ สำคัญคือเราต้องการ platforms ที่จะทำให้ application เหล่านั้นเกิดขึ้น
Jennifer : เราจำเป็นต้องจบรายการและดีใจมากที่ได้ร่วมพูดคุยกับพวกคุณ ฉันแน่ใจเลยว่าเราจะต้องได้มาคุยกันใหม่อีกครั้ง ขอบคุณพวกคุณมากสำหรับวันนี้
จบแล้วครับ คิดเห็นเป็นยังไงบ้าง แชร์กันดูน่ะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ... happy farming ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น